top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนสวัสดี โลก

#แจกแพลนเที่ยวลาวเหนือ 🇱🇦 หน้าหนาว 6วัน 5 คืน งบหลักพัน 18 จุดเช็คอิน ในหลวงพระบาง-หนองเขียว


#แจกแพลนเที่ยวลาวเหนือ หน้าหนาว 6วัน 5 คืน งบหลักพัน พร้อมตะลุย 18 จุดเช็คอิน ในหลวงพระบาง-หนองเขียว ฉบับคนมีลูกก็เที่ยวตามได้

แพรว ไมค์และน้องไพรซ์บินตรงดอนเมือง-หลวงพระบาง ด้วยสายการบิน Fly AirAsia บินมั่นใจ ตรงเวลากับแอร์เอเชีย สูงสุดวันละ 2 เที่ยวบิน ไฟล์ทเช้าเที่ยวได้เต็มวัน คุ้มสุดๆ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้น จองง่ายๆได้เลยค่ะ https://air.asia/NstF2

#DAY1 เดินทางดอนเมือง-หลวงพระบาง ที่พัก Sofitel Luang Prabang #DAY2 ตักบาตรข้าวเหนียว ตลาดเช้าหลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี ร้านไอศครีมนมควาย The Sunset Cruise #DAY3 เดินทางหลวงพระบาง-หนองเขียว ที่พัก Arthit Guesthouse สะพานหนองเขียว #DAY4 เดินทางหนองเขียว-หลวงพระบาง ที่พัก Sala Prabang Hotel 3 Nagas Luang Prabang ตลาดมืดหลวงพระบาง #DAY5 Saffron Coffee วัดเชียงทอง ร้านตำหมากหุ่งป้าติ๋ม Ock Pop Tok Living Craft Centre ชมพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุภูสี #DAY6 ร้านอาหารส้มสิ พระราชวังหลวงพระบาง หลวงพระบาง-ดอนเมือง


ซึ่งตอนนี้ทางแอร์เอเชียเค้าก็มีแคมเปญพิเศษสำหรับคนที่เดินทางไปเที่ยวลาว จะได้รับส่วนลดร้านค้าสูงสุดถึง 40% ใช้ได้ทั้งร้านอาหาร โรงแรม แพ็กเกจล่องเรือแม่น้ำโขง แพ็กเกจทัวร์ จองตั๋วรถไฟ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเราสามารถใช้กับร้านค้าในเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง ได้มากกว่า 15 แห่ง บอกเลยว่าใครที่ถือตั๋วของแอร์เอเชียเที่ยวบิน FD นี่คุ้มสุดๆ

เป็นอีกทริปที่สนุกมากๆ ได้เที่ยวเมืองมรดกโลก สัมผัสวัฒนธรรมน่ารัก ได้พาลูกพักผ่อนแบบสบาย และได้พาลูกผจญภัยเล็กๆ ได้ออกเดินทาง ได้เจอผู้คน ได้สัมผัสธรรมชาติ เรียกว่าเป็นทริปที่ครบรสจริงๆ การเดินทางมากับทางแอร์เอเชียก็สะดวกมากๆ เที่ยวง่าย ใกล้บ้าน ตรงเวลาเป็นไปตามแผน ใช้งบแค่หลักพัน พร้อมฟินไปกับสิทธิพิเศษ Previlleges อีกด้วย และใครจะไปเที่ยวลาวกับแอร์เอเชีย ตอนนี้เค้าเพิ่มไฟล์ทเช้า เดินทางไปถึงช่วงเช้า เที่ยวได้เต็มวันคุ้มสุดๆ

สำหรับใครที่อยากพาลูกเที่ยวหลวงพระบาง-หนองเขียวแบบเรา จดแพลน แล้วเที่ยวตามเราได้เลยค่ะ


 

แพรว ไมค์และน้องไพรซ์บินตรงดอนเมือง-หลวงพระบาง ด้วยสายการบิน AirAsia

มีบินตรงทุกวัน สูงสุดวันละ 2 เที่ยวบิน ไฟล์ทเช้าเที่ยวได้เต็มวัน คุ้มสุดๆ

ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้นค่ะ จองง่ายๆได้เลยค่ะ


ทริปนี้สนุกยิ่งขึ้น เพราะเราพก AirAsia Passport ไปด้วย สะสมตราประทับแต่ละเมืองให้ครบ เพื่อรับ AirAsia Point ซึ่งเมืองหลวงพระบางอยู่ในหมวด “เมืองมรดกโลกที่ต้องไปพิชิต”

พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยค่ะ

ระหว่างเดินทางเราก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มทานรองท้องกันก่อนค่ะ ชาไทยรสชาติเข้มข้น อร่อยมาก

ที่พักของเราใน 2 คืนแรกคือ Sofitel Luang Prabang ค่ะ ที่นี่เป็นโรงแรมเครือหลวงพระบางที่เล็กที่สุดในโลก มีห้องพักเพียงแค่ 25 ห้องเท่านั้น และทุกห้องเป็นห้องสวีททั้งหมด บริการดี พักผ่อนสบาย อาหารอร่อย เราประทับใจที่นี่มากๆเลยค่ะ

มาหลวงพระบางทั้งที กิจกรรมที่ทุกคนจะพลาดไม่ได้เลยคือ “ตักบาตรข้าวเหนียว”

เราตื่นกันตั้งแต่ตี 5 อาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกมาใส่บาตรกันที่ถนน Sisavangvong ตามธรรมเนียมของคนลาว ก่อนตักบาตรหรือทำพิธีกรรมทางศาสนา ทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายจะต้องใส่ผ้าเบี่ยงก่อน เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้า ทั้งพระและสามเณรกว่า 180 รูปก็จะเดินบิณฑบาตรเป็นแถวยาวเลยค่ะ

ตักบาตรเสร็จแล้ว เราก็มาเดินตลาดเช้ากันต่อค่ะ ตลาดเช้าจะอยู่ในซอยข้างวัดใหม่สุวรรณภูมาราม เป็นตลาดที่ยังคงความเป็นวิถีชีวิตของคนหลวงพระบางมากๆ จะมีทั้งของสด ผักผลไม้พื้นเมือง อาหารพื้นถิ่น ของใช้ ของฝาก เรียกว่าเดินเล่นเพลินเลยทีเดียว

“ตาดกวางสี” อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการมาหลวงพระบาง ภาพน้ำตกใหญ่พร้อมแอ่งน้ำสีฟ้าสวย ที่เห็นแค่รูป ก็ชวนให้เราอยากมาเที่ยวแล้วค่ะ ตัวน้ำตกจะอยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางพอสมควรเลย ใช้เวลาเดินทางมาประมาณ 1 ชม. ใครอยากจะมาเที่ยวที่นี่ จะเช่ารถมอเตอร์ไซต์หรือนั่งรถโดยสารมาก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ ถ้าเป็นเราในสมัยก่อนคงขับมอเตอร์ไซต์กันมา แต่พอพาลูกมาด้วย เราก็นั่งรถยนต์ของทางโรงแรมมาค่ะ ค่าเข้าน้ำตกคนละ 25,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 40 บาท ) ค่ะ


ตัวน้ำตกจะมีทั้งหมด 4 ชั้น ตรงจุดที่แพรวยืนอยู่นี้คือบริเวณชั้น 1 แค่ชั้น 1 ก็ว๊าวแล้วค่ะ

จากชั้นที่ 1 ไปชั้นที่ 4 ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น เราก็จะเจอกับน้ำตกขนาดใหญ่แล้วค่ะ

ภาพน้ำตกที่ลดหลั่นลงมา บอกคำเดียวว่าสวยมาก

“ตาดกวางสี” ช่วงเวลาที่น่าไปที่สุดคือปลายฝนต้นหนาว ซึ่งก็คือช่วงที่เราไป (เดือนพฤศจิกายน) นี่แหละค่ะ อากาศกำลังดี ฟ้าใส น้ำสีเขียวอมฟ้าสวย บอกเลยว่าใครมาช่วงนี้จะเจอกับคนมหาศาล 55 ใครอยากมาแล้วได้รูปสวยๆกลับไป แนะนำให้มาตั้งแต่เช้าค่ะ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง ที่ใครมาเที่ยวหลวงพระบาง แพรวแนะนำให้ต้องมาเลยค่ะ


เวลาเปิด 8.00-17.00 น.

ระหว่างทางไปตาดกวางสี เราจะผ่านร้านไอศครีมนมควาย แวะทานกันได้นะ สกู๊ปละ 50,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 85 บาท ) ค่ะ


ส่วนตัวแพรวรู้สึกรสชาติไม่ค่อยถูกปากซักเท่าไหร่ เพราะไม่เข้มข้นหวานมันเหมือนกับไอศครีมที่เราเคยทาน แต่ก็ถือว่าลองดู เพราะเราคงหาไอศครีมนมควายทานไม่ได้ง่ายๆเนอะ

ปิดท้ายวันที่ 2 ด้วยการล่องเรือดินเนอร์ที่แม่น้ำโขง เรามาขึ้นเรือที่ท่าเรือ River Sun ตรงบริเวณปากน้ำคาน เรือที่เรานั่งเป็นเรือของทาง Sofitel Luang Prabang เรือสวย อาหารอร่อย พนักงานบริการดี๊ดีค่ะ เรือแล่นไปช้าๆ ให้เราชมวิวสองฝั่งของแม่น้ำโขง พร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ทำให้เราประทับใจไม่น้อยเลยค่ะ

เริ่มต้นวันที่ 3 ด้วยการพาลูกไปผจญภัยเล็กๆกันที่เมืองหนองเขียว เมืองเล็กๆที่มีภูเขาโอบล้อมและมีแม่น้ำอูตัดผ่านเมือง เมืองนี้อยู่ทางเหนือของแขวงหลวงพระบาง เรานั่งรถมินิบัสจากสถานีรถโดยสารโชคปปะเสิด ซึ่งที่นี่เป็นสถานีรถโดยสารสายเหนือ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 85,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 150 บาท ) ค่ะ

ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 3 ชม. เราก็ถึงท่ารถเมืองหนองเขียว จากท่ารถไปที่พักจะมีรถตุ๊กตุ๊กไปส่ง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกคนละ 10,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 15 บาท ) ค่ะ

ซึ่งที่พักที่เรามาพักที่เมืองนี้คือ Arthit Guesthouse ที่พักใกล้สะพานข้ามแม่น้ำอู มองเห็นวิวภูเขาและแม่น้ำจากหน้าที่พักเลย ค่าห้องพัก 700+ บาท

ต่อคืน

จริงๆไฮไลท์ของการมาหนองเขียว คือการเดินขึ้นเขาเพื่อไปจุดชมวิวผาแดง แต่เพราะเราพาลูกเล็กมาเที่ยวด้วย จึงทำได้แค่เดินเที่ยวในเมือง หาของกิน และถ่ายรูปเล่นรอบๆเมือง ถือว่าได้มาใช้ชีวิตช้าๆ

ชิลล์ๆกันค่ะ

เช้าวันที่ 4 เราออกเดินทางจากหนองเขียว เพื่อกลับเข้าตัวเมืองหลวงพระบาง มาถึงท่ารถโดยสารโชคปะเสิด เราก็จ่ายค่าตุ๊กตุ๊กเพื่อนั่งเข้าเมืองอีกคนละ 50,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 85 บาท ) ค่ะ


2 คืนสุดท้ายเราก็พักกันที่ Sala Prabang โรงแรมเล็กๆน่ารักๆติดริมแม่น้ำโขง

ตกเย็นเราก็เดินไปที่ร้าน 3 Nagas (สามนากา) เพื่อทานข้าวกันค่ะ

ซึ่งร้าน 3 Nagas เข้าร่วมแคมเปญพิเศษกับทาง AirAsia ด้วยนะ ใครที่ถือบัตรโดยสารของแอร์เอเชียก็รับส่วนลดไปเลย 10%


รายละเอียดเพิ่มเติม

ใครมาพักหรือมาทานอาหารที่ 3 Nagas

พลาดไม่ได้เลยที่จะถ่ายรูปกับรถคลาสสิคคันนี้

หลังจากทานข้าวเสร็จ เราก็ขอมาเดินเล่นที่ตลาดมืดค่ะ ที่นี่จะมีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของฝากขาย อากาศเย็นๆ เดินเล่นเพลินมากค่ะ

เช้าวันที่ 5 เราก็มาทานอาหารเช้ากันที่ Saffron Coffee ร้านกาแฟรสชาติดี มีอาหารเช้าขาย แถมติดริมน้ำโขงด้วยค่ะ

ไปต่อที่วัดเชียงทองค่ะ เราเดินมาจากตัวที่พัก ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงวัดแล้ว ที่นี่จะมีค่าเข้าคนละ 20,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 35 บาท ) ค่ะ

วัดเชียงทอง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบาง เป็นวัดที่มีความสวยงามมากจนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็น “อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมสกุลช่างล้านช้าง” ที่งดงามที่สุดในดินแดนลาว

สิม หรือ อุโบสถของวัดเชียงทองถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้นำช่างหลวงไปจากเชียงใหม่ และได้ต้นแบบการสร้างมาจากวิหารวัดโลกโมฬีเชียงใหม่ เห็นได้จากหลังคาแอ่นโค้ง ลาดต่ำลงมาซ้อนกันอยู่สามชั้น ส่วนกลางของหลังคามีเครื่องยอดสีทองหรือช่อฟ้า ประกอบด้วย 17 ช่อ แสดงให้เห็นว่าเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์สร้าง เพราะหากเป็นวัดสามัญทั่วไปแล้วจะมีช่อฟ้าเพียง 1-7 ช่อเท่านั้น ส่วนหน้าบัน จะประดับตกแต่งด้วยเศียรนาคและลวดลายเกี่ยวกับศาสนาพุทธ


ภายในสิมเป็นที่ประดิษฐาน พระประธาน หรือ พระองค์หลวง รวมถึง พระบางจำลอง ที่ประดิษฐานอยู่ด้านข้าง

หน้าบันแกะสลักเป็นรูปลายดอกตาเว็นหรือลายดวงอาทิตย์ สิมแห่งนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2471 บนผนังทั้งด้านนอกและด้านในประดับด้วยลายรดน้ำปิดทองบนพื้นสีดำ เรียกว่า ลายฟอกคำ

หอพระพุทธไสยาสน์ ผนังด้านนอกทาพื้นเป็นสีชมพูกุหลาบ ตกแต่งด้วยกระจกสีเป็นลวดลายสวยงาม บอกเล่าถึงนิทานพื้นบ้านที่มีคำสอนเกี่ยวกับธรรมะไว้เตือนสติ เป็นอีกจุดไฮไลท์ในวัดเชียงทอง ที่ให้เราเข้ามากราบพระนอนและถ่ายภาพสวยๆ

ข้างในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน แถมยังเป็นพระนอนโบราณที่มีอายุถึง 400 ปีอีกด้วย

นอกจากหอไหว้สีกุหลาบแล้ว ยังมีหอไหว้อีกหลังหนึ่งซึ่งสำคัญมากๆ นั่นก็คือ หอพระม่าน หอไหว้หลังเล็กสีชมพูเช่นกัน ซึ่งผนังด้านนอกตกแต่งด้วยกระจกเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านคล้ายกับหอไหว้พระพุทธไสยาสน์แต่ภายในประดิษฐานพระม่าน 1 ใน 3 พระพุทธรูปสำคัญของเมืองหลวงพระบาง


โดยปกติพระม่านจะประดิษฐานอยู่ภายในหอพระม่านและไม่เปิดให้ใครได้ชม ใครอยากชมก็ต้องมองลอดรูเล็กๆ ตรงประตูเข้าไป เราเลยไม่ได้ถ่ายรูปหอพระม่านมาให้ทุกคนชม แต่ถ้าใครอยากจะกราบไหว้และชมพระม่าน จะมีการอัญเชิญพระม่านออกมาปีละ 1 ครั้งช่วงหลังสงกรานต์ ในระหว่างวันที่ 23 – 27 เมษายน โดยจะประดิษฐานไว้ในวัดเชียงทองให้คนได้สรงน้ำ ซึ่งเราสามารถเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ได้อย่างชัดเจน


แพรวไปหาข้อมูลมา คนลาวที่อยากมีลูก มักจะมาขอพรเรื่องลูกกับพระม่านค่ะ

มาหลวงพระบางทั้งที เราต้องมากินตำหลวงพระบางค่า และร้านเด็ดที่อยากให้ทุกคนมาลองคือร้านตำหมากหุ่งป้าติ๋ม มันแซ่บมากทุกคน อร่อยสุดๆ อีกเมนูที่ไม่อยากให้พลาดคือแหนม มันนัว มันนวล มันฉ่ำในปาก โอ๊ยมันดีสุดๆ พิมพ์ไปน้ำลายไหลไป 55555

Ock Pop Tok (ออกพบตก) เริ่มต้นจากการพบกันระหว่างช่างทอผ้าชาวลาวกับอาสาสมัครสอนภาษาชาวอังกฤษที่หลงใหลในเสน่ห์ของผ้าทอลาว คนหนึ่งมาจากโลกตะวันตกขณะที่อีกคนอยู่ฝั่งตะวันออก แต่ด้วยความหลงใหลที่มีในสิ่งเดียวกันและวิสัยทัศน์แบบเดียวกัน ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้งโครงการนี้เพื่อสืบทอดและนำเสนองานฝีมือที่มีคุณค่าให้คนภายนอกรู้จัก


ที่นี่มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ห้องพัก ศูนย์แสดงสินค้า โรงทอผ้า พื้นที่ทำงานฝีมือ ที่สำคัญอยู่ติดริมน้ำโขง มองเห็นโค้งน้ำสวยมากๆค่ะ

ส่วนลดร้านอาหารและที่พักสูงสุด 15%

รายละเอียดเพิ่มเติม

ซึ่งที่ Ock Pop Tok (ออกพบตก)

นี้ก็เข้าร่วมแคมเปญกับทางแอร์เอเชียด้วยนะ


ส่วนลดร้านอาหารและที่พักสูงสุด 15%

รายละเอียดเพิ่มเติม

ตกเย็นเราก็ขอขึ้นพระธาตุพูสี เพื่อไปชมวิวเมืองหลวงพระบางและชมพระอาทิตย์ตกกันค่ะ

· การขึ้นพระธาตุพูสี จะมีค่าเข้าคนละ 20,000 กีบ ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 35 บาท ) ค่ะ เราต้องเดินขึ้นบันได 328 ขึ้น ใช้เวลาเดินไม่นาน แต่หอบนิดหน่อย 5555 เราก็จะเห็นวิวแบบนี้เลย สวยมาก

สาวน้อยของเราขอโคฟเป็นแม่หญิงลาว

น่ารักจังลูก

วิวพระอาทิตย์ตกคือดีไม่ไหว

เดินลงมาจากพระธาตุ ก็จะเจอตลาดมืดเลย เดินมาเหนื่อยๆไปหาอะไรกินกัน

เช้าวันที่ 6 ตื่นมาอากาศดี๊ดี 19 องศาเท่านั้น เราเดินจากโรงแรมตั้งใจจะไปกินข้าวที่ร้านประชานิยม แต่!!!!! ไปผิดร้าน 555555555 ไปนั่งร้านติดกันที่เข้าใจว่าเป็นร้านเดียวกัน ร้านนี้ชื่อว่าร้านเฝอส้มสิ อาหารรสชาติดีเลย คนไม่เยอะ แถมอาหารออกไว รอไม่นาน ขออภัยในความเด๋อ แต่ก็ถือว่าได้มาบอกต่อร้านอร่อยอีกร้านให้ทุกคนได้ตามไปทานเนอะ

ทานข้าวเสร็จ เราก็ไปเที่ยวต่อที่ พระราชวังหลวงพระบาง หรือหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง ที่นี่จะมีหอพระบางอยู่ด้านหน้า ให้เราได้เข้าไปไหว้พระบาง และยังเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ รวมถึงของขวัญจากต่างประเทศ


ที่นี่มีค่าเข้าคนละ 30,000 กีบ

ถ้าเป็นเงินไทยก็ประมาณ ( 50 บาท ) ค่ะ

ก่อนกลับเราก็เอา AirAsia Passport

มาแสตมป์ก่อนเลย


เที่ยวนอกพิชิตพอยท์ สูงสุดถึง 200,000 พอยท์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


"เที่ยวนอกครั้งแรก ก็รับเพิ่ม 2000 airasia points ลงทะเบียนรับคะแนนได้ที่


เป็นอีกทริปที่สนุกมากๆ ได้เที่ยวเมืองมรดกโลก สัมผัสวัฒนธรรมน่ารัก

ได้พาลูกพักผ่อนแบบสบาย และได้พาลูกผจญภัยเล็กๆ

ได้ออกเดินทาง ได้เจอผู้คน ได้สัมผัสธรรมชาติ เรียกว่าเป็นทริปที่ครบรสจริงๆค่ะ

ดู 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page